แบดมินตันประวัติ

แบดมินตันประวัติ ที่มานับว่าน่าสนใจอย่างมาก เพราะเป็นหนึ่งในกีฬาที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยและมีนักกีฬามืออาชีพฝีมือดีเป็นจำนวนมาก กีฬาชนิดนี้จะช่วยเสริมทักษะด้านต่างๆ ทำให้ร่างกายแข็งแรง พร้อมสร้างสัมพันธ์ที่ดีด้วยการเล่นร่วมกับคนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิท

แบดมินตันประวัติ มีความเป็นมาอย่างไร

ความเป็นมาของ แบดมินตันประวัติ กีฬาลูกขนไก่ ที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ถูกระบุไว้ในหลายยุคสมัยด้วยกัน เช่น

  1. ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 ประเทศจีนได้มีการวาดภาพที่บ่งบอกถึงความนิยมของการนำลูกขนไก่มาตีเพื่อโต้ตอบกัน แต่การตีนั้นไม่ได้ใช้อุปกรณ์ใดๆ เป็นการใช้เท้าแทนและเป็นการตั้งวงเล่นของ 2-4 คน
  2. ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 ถูกค้นพบว่าชาวอินเดียนแดงที่อาศัยอยู่ในช่วงอเมริกาใต้ ได้นำขนไก่มาผูกติดกันจนเป็นวงกลมแล้วใช้หญ้าฟางพันรวมกับขนไก่ เพื่อให้กลายมาเป็นลูกบอลแล้วใช้ปาใส่กัน ถ้าผู้ใดโดนปาใส่ผู้นั้นต้องวิ่งหนีและคนที่เหลือจะต้องวิ่งไล่จับ
  3. ศตวรรษที่ 14 ได้ค้นพบว่าชาวญี่ปุ่นนำขนไก่มาเสียบกับหัวไม้ แล้วใช้ไม้ตีไปที่ลูกขนไก่ โดยไม้ที่ถูกทำขึ้นมาจะมีลักษณะเป็นไม้กระดานขนาดเล็กที่คล้ายกับไม้ปิงปอง แต่รูปทรงจะเป็นสี่เหลี่ยม ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับวิธีการเล่นแบดมินตันในปัจจุบัน
  4. ประเทศทางแถบยุโรปค้นพบว่าช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 ได้มีการเล่นกีฬาแบดมินตันที่เป็นรูปร่างคล้ายกับการเล่นในปัจจุบัน แต่จะมีให้เล่นเฉพาะภายในราชสำนักเท่านั้น ส่วนหลักฐานที่ทำให้เห็นถึงประวัติที่ชัดเจน คือ ภาพสีน้ำมันที่เกิดขึ้นในช่วงยุคศตวรรษที่ 17
  5. ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 กษัตริย์ของประเทศเยอรมนีได้ทรงแบดมินตันแล้วทำออกมาในรูปแบบของกีฬาที่ชัดเจนมากขึ้น โดยพระองค์ได้ทรงแบดมินตันร่วมกับพระเจ้าหลานเธอเฟรดเดอริค วิลเลียมที่ 2 จากนั้นได้มีการพัฒนาวิธีการเล่นแบดมินตันจากทั้งประเทศอังกฤษและประเทศอินเดีย จนกระทั่งเกมกีฬาตีลูกขนไก่ได้ถูกเรียกชื่ออย่างเป็นทางการว่าแบดมินตันในช่วงปี ค.ศ. 1873 ที่ประเทศอังกฤษ

วิธีการเล่นแบดมินตันในปัจจุบัน

แบดมินตันประวัติ การเล่นในแบบฉบับปัจจุบันมีการใช้อุปกรณ์การเล่นที่ใช้แบบเดียวกันทั่วโลก คือ ไม้แบดมินตันหรือแร็คเก็ตและลูกขนไก่ โดยมีวิธีการเล่น คือ

  1. แบ่งฝั่งเล่นเป็น 2 ฝั่ง โดยในแต่ละฝั่งมีผู้เล่นได้ 1-2 คน รวมเป็น 2-4 คน แต่จะต้องมีผู้เล่นทั้ง 2 ฝั่งเท่ากันและมีกรรมการ 1 คน กับผู้นับคะแนน 1 คน
  2. เริ่มจากฝั่งใดฝั่งหนึ่งเป็นคนตีลูกคนไก่ไปยังฝั่งตรงข้าม จากนั้นก็เริ่มเล่นเกมได้ทันที
  3. ถ้าฝั่งใดตีแล้วลูกขนไก่ตกในกรอบสนามฝั่งนั้นจะแพ้ทันที ฝั่งตรงข้ามจะได้คะแนน 1 แต้ม
  4. ถ้าฝั่งที่ตีลูกข้ามมาตีแรงแล้วลูกเลยออกกรอบสนามของฝั่งตรงข้าม ฝั่งที่ตีลูกมาจะแพ้เช่นกัน ทำให้ฝั่งตรงข้ามได้คะแนน 1 แต้มไปแทน

หมายเหตุ ขอขอบคุณภาพจาก https://londonsportsxpress.ca

 478 total views,  4 views today

0/5 (0 Reviews)
Share