Cover บทความ กติกาบาคาร่า 6 แต้ม

นักเดิมพันในเกมไพ่บาคาร่าหลายคน น่าจะเคยได้ยินกับอัตราการจ่ายบาคาร่า 6 แต้มกันมาบ้าง แต่อาจจะยังไม่รู้ว่าจริงๆ แล้ว ระบบการคำนวณบาคาร่า 6 แต้มคืออะไรกันแน่

บทความนี้ เรามาทำความรู้จักกับกติกาบาคาร่า 6 แต้ม อีกหนึ่งรูปแบบการเดิมพันที่คุณสามารถเลือกความคุ้มค่าของการลงทุนได้เอง พร้อมทั้งวิธีการคำนวณอัตราการจ่ายที่ถูกต้อง

รู้จักกับกติกาของเกมไพ่ บาคาร่าออนไลน์ แบบคร่าวๆ

ก่อนที่จะไปเจาะลึกถึงกติกาบาคาร่า 6 แต้ม เรามาดูกติกาการเล่นบาคาร่าฉบับออนไลน์ ที่คุณสามารถพบได้ทั่วไปในการเล่นคาสิโนออนไลน์

บาคาร่าออนไลน์ มีกติกาการเล่นคล้ายกับแบบที่เล่นในคาสิโนเลย แต่ต่างกันที่บรรยากาศและรูปแบบการลงเดิมพันที่ต่างออกไป โดยบาคาร่าออนไลน์ จะเป็นการเล่นผ่านช่องทางออนไลน์ ที่คุณสามารถเข้าเล่นได้จากทุกที่ ผ่านอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต

กติกาการเล่นบาคาร่าออนไลน์

โดยกติกาการเล่นบาคาร่าออนไลน์ คือ คุณจะเป็นผู้ลงเดิมพันว่าฝ่ายไหนจะชนะ ในเกมการแข่งขันระหว่าง ฝ่ายเจ้ามือ (Banker) และ ฝ่ายผู้เล่น (Player) ด้วยการนับคะแนนรวมหน้าไพ่ที่คล้ายกับการเล่นไพ่ป๊อก ที่จะได้รับไพ่มาฝ่ายละ 2 ใบ หรือจั่วเพิ่มใบที่ 3 ในการรวมคะแนน 

คุณเลือกเดิมพันที่ฝ่ายไหน แล้วฝ่ายนั้นทำคะแนนรวมได้มากกว่า ก็จะได้รับเงินรางวัลกลับมาตามอัตราการจ่าย

ซึ่งบาคาร่าออนไลน์โดยทั่วไปจะมีอัตราการจ่าย ที่หักค่าคอมมิชชั่น 5% ดังนี้

  • เดิมพันฝ่ายเจ้ามือ (Banker) ในการเลือกเดิมพันฝ่ายเจ้ามือ จะมีการหักค่าคอมมิชชั่นเป็นจำนวน 5% หรือให้อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 : 0.95 เช่น เดิมพันไป 100 บาท จะได้กำไรกลับมา 95 บาท รวมทุนเป็น 195 บาท
  • เดิมพันเสมอ (Tie) จะมีอัตรการจ่ายอยู่ที่ 1 : 8 หรือคิดเป็น 8 เท่าของจำนวนเงินที่ลงเดิมพัน ซึ่งจะมีโอกาสเกิดแต้มไพ่เสมอน้อยมาก 
  • เดิมพันฝ่ายผู้เล่น (Player) ในการเลือกเดิมพันฝ่ายผู้เล่น จะไม่มีการหักค่าคอมมิชชั่น ลงเท่าไหนได้กำไรเท่านั้น ในอัตราการจ่าย 1 : 1 เช่น เดิมพัน 100 บาท ได้กำไร 100 บาท รวมทุนเป็น 200 บาท

กติกาบาคาร่า 6 แต้มคืออะไร?

เมื่อได้รู้จักกับกติกาของการเล่นบาคาร่าออนไลน์แบบปกติกันไปแล้ว ต่อมาเรามาทำความรู้จักกับกติกาบาคาร่า 6 แต้มกันบ้าง 

กติกาบาคาร่า 6 แต้ม 

กติกาบาคาร่า 6 แต้ม เป็นการคิดอัตราการจ่ายบาคาร่า ที่ไม่มีการหักค่าคอมมิชชั่น 5% จากการลงเดิมพันในฝ่ายเจ้ามือ นั่นหมายความว่า ลงเดิมพันที่ฝ่ายเจ้ามือเท่าไหร่ ก็ได้กำไรเท่านั้น หรืออัตราการจ่ายแบบ 1:1 เหมือนกับเดิมพันในฝ่ายผู้เล่นเลย

แต่จะมีกฎพิเศษอยู่ว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ฝ่ายเจ้ามือ เปิดไพ่ออกมาแล้วได้แต้มรวมเป็น 6 และเอาชนะฝ่ายผู้เล่นได้ เช่น ฝ่ายเจ้ามือได้แต้ม 6 และฝ่ายผู้เล่นได้แต้ม 4 เมื่อนั้นอัตราการจ่ายจะกลายเป็น 1 : 0.5 หรือจ่ายเพียงครึ่งเดียวทันที

ตัวอย่างการเดิมพัน ลงเดิมพันที่ฝ่ายเจ้ามือ 100 บาท แล้วฝ่ายเจ้ามือเปิดไพ่ได้แต้ม 6 ซึ่งเอาชนะฝ่ายผู้เล่นได้ จะได้กำไรกลับมาครึ่งหนึ่ง คือ 50 บาท รวมทุนเป็น 150 บาท เท่านั้น

กติกาบาคาร่า 6 แต้ม นับแต้มยังไง?

กติกาบาคาร่า 6 แต้ม นับแต้มยังไง?

ในการนับแต้มของกติกาบาคาร่า 6 แต้ม จะใช้การนับแต้มรวมหน้าไพ่ ที่โฟกัสเฉพาะในฝั่งเจ้ามือ (Banker) เท่านั้น เพื่อปรับอัตราการจ่ายเงินให้เป็น 1 : 0.5 แต่สำหรับในช่องเดิมพันอื่นๆ ยังใช้อัตราการจ่ายแบบเดิม

โดยในการนับแต้มของเกมไพ่บาคาร่า จะใช้การนับแต้มหน้าไพ่เหมือนไพ่ป๊อก นั่นคือ การรวมแต้มของไพ่ 2 หรือ จั่วเพิ่มใบที่ 3 เพื่อให้ได้แต้มเป็น 8 หรือ 9 หรือมากกว่าอีกฝ่าย

การนับแต้มจากหน้าไพ่ มีดังนี้

  • ไพ่ A = 1 แต้ม
  • ไพ่ J, Q, K, 10 = 0 แต้ม
  • ไพ่ ตัวเลข มีค่าเท่ากับหน้าไพ่

การแบ่งรูปแบบการจ่ายของบาคาร่า

สำหรับอัตราการจ่ายของเกมไพ่บาคาร่าออนไลน์ จะแบ่งออกเป็นแบบหักค่าคอมมิชชั่น 5% และแบบไม่หักค่าคอมมิชชั่น แต่จะหักครึ่งหนึ่งถ้าฝ่ายเจ้ามือมีแต้มรวมเป็น 6 

ซึ่งจะแบ่งอัตราการจ่ายออกเป็นดังนี้

การแบ่งรูปแบบการจ่ายของบาคาร่า

1. แบบหักค่าคอมมิชชั่น 5% อัตราการจ่าย คือ

  • เดิมพันเจ้ามือแล้วชนะ อัตราการจ่าย คือ 1 : 0.95
  • เดิมพันเสมอแล้วชนะ อัตราการจ่าย คือ 1 : 8
  • เดิมพันผู้เล่นแล้วชนะ อัตราการจ่าย คือ 1 : 1

2. แบบไม่หักค่าคอมมิชชั่น อัตราการจ่าย คือ

(กติกาบาคาร่า 6 แต้ม หรือหักกำไรครึ่งหนึ่ง ถ้าฝ่ายเจ้ามือมีแต้มรวมเป็น 6)

  • เดิมพันเจ้ามือแล้วชนะ อัตราการจ่าย คือ 1 : 1 หรือถ้าฝ่ายเจ้ามือมีแต้มรวมเป็น 6 อัตราการจ่ายจะเป็น 1 : 0.5
  • เดิมพันเสมอแล้วชนะ อัตราการจ่าย คือ 1 : 8
  • เดิมพันผู้เล่นแล้วชนะ อัตราการจ่าย คือ 1 : 1

กติกาการจั่วไพ่ใบที่ 3 ของเจ้ามือ (Banker)

อย่างที่เราได้รู้กันไปแล้วว่าไพ่บาคาร่า จะนับแต้มคล้ายกับไพ่ป๊อก ดังนั้นทั้งฝ่ายเจ้ามือและฝ่ายผู้เล่นจะสามารถเรียกจั่วไพ่ใบที่ 3 ได้ตามกติกา เพื่อเพิ่มโอกาสให้แต้มสามารถสู้กับอีกฝ่ายหนึ่งได้

โดยการที่เรารู้ว่า ฝ่ายเจ้ามือจะจั่วไพ่ใบที่ 3 ได้ในกรณีไหนบ้าง จะช่วยให้รู้ว่าโอกาสที่ฝ่ายเจ้ามือจะได้แต้มรวมเป็น 6 หรือโอกาสที่จะทำให้เราได้กำไรเพียงครึ่งเดียวนั้นมีมากหรือน้อยแค่ไหน เพื่อจะได้ดูว่าคุ้มหรือไม่ที่จะเลือกการเดิมพันบาคาร่าแบบไม่มีค่าคอมมิชชั่น

การจั่วไพ่ใบที่ 3 ของเจ้ามือ จะทำได้เมื่อ

  • เปิดไพ่แล้วมีแต้มรวม 0, 1, 2 จะจั่วเพิ่ม
  • เปิดไพ่แล้วมีแต้มรวม 3 จะรอดูไพ่ใบที่ 3 ของฝ่ายผู้เล่น ซึ่งถ้ารวมแล้วได้ 8 หรือ 9 แต้ม ไม่จั่วเพิ่ม 
  • เปิดไพ่แล้วมีแต้มรวม 4 จะรอดูไพ่ใบที่ 3 ของฝ่ายผู้เล่น ซึ่งถ้ารวมแล้วได้ 0, 1, 8, 9 แต้ม ไม่จั่วเพิ่ม
  • เปิดไพ่แล้วมีแต้มรวม 5 จะรอดูไพ่ใบที่ 3 ของฝ่ายผู้เล่น ซึ่งถ้ารวมแล้วได้ 0, 1, 2, 3, 8, 9 แต้ม ไม่จั่วเพิ่ม
  • เปิดไพ่แล้วมีแต้มรวม 6 จะรอดูไพ่ใบที่ 3 ของฝ่ายผู้เล่น ซึ่งถ้ารวมแล้วได้ 0, 1, 2, 3, 4, 5, 8, 9 แต้ม ไม่จั่วเพิ่ม

คุ้มมั้ยที่จะเล่น บาคาร่า 6 แต้ม?

โดยรวมแล้วถ้าถามว่า คุ้มมั้ยที่จะเลือกเล่นบาคาร่า 6 แต้ม เพราะมีอัตราการจ่าย 1 : 0.5 หรือเพียงแค่ครึ่งเดียวของที่ลงเดิมพันเท่านั้น (เมื่อฝ่ายเจ้ามือได้แต้มรวมเป็น 6) ก็คงต้องบอกว่าอาจจะมีความคุ้มค่ากว่าแบบหักค่าคอมมิชชั่น 

เนื่องจากการคิดแบบหักค่าคอมฯ จะคิดทุกตา หักไปเลยเวลาชนะเดิมพันฝ่ายเจ้ามือ ตาละ 5% ซึ่งก็ถือว่าถ้ารวมแล้วจะเยอะพอสมควร แต่ในขณะเดียวกัน การหักครึ่งหนึ่ง เมื่อเจ้ามือได้ 6 แต้ม ก็ไม่ได้มีโอกาสเกิดขึ้นบ่อยนัก ทำให้การเลือกเดิมพันบาคาร่าแบบที่ไม่หักคอมมิชชั่นจึงมีความได้เปรียบในเรื่องการทำกำไรมากยิ่งขึ้น

ท้ายบทความ

การเข้าใจกติกาบาคาร่า 6 แต้ม จะช่วยให้คุณสามารถเลือกเดิมพันบาคาร่าในแบบที่ไม่ต้องเสียค่าคอมมิชชั่นในทุกตาได้ ซึ่งอาจจะช่วยให้คุณทำกำไรจากการเล่นบาคาร่าได้ดียิ่งขึ้น

หากว่าคุณกำลังมองหาเว็บที่ให้บริการบาคาร่าออนไลน์ มาสมัครใช้บริการได้เลยที่ Databet88 เว็บไซต์คาสิโนออนไลน์แบบครบวงจร ที่มีระบบการเดิมพันมาตรฐาน ฝาก-ถอนง่าย ปลอดภัย สร้างประสบการณ์ในการเดิมพันให้สนุกและคุ้มค่ายิ่งขึ้น

 102 total views,  4 views today

0/5 (0 Reviews)
Share